ระบบประเมินอาการและปรึกษาแพทย์ : แบบฟอร์มการซักประวัติ อาการ/โรคจากการสัมผัสสิ่งแวดล้อม



* ระบบตรวจพบว่าท่านเคยกรอกแบบฟอร์มนี้แล้ว เพื่อป้องกันข้อมูลที่เป็นส่วนตัว
ระบบได้ทำการปิดกั้นส่วนข้อมูลส่วนตัว
ท่านสามารถกรอกแบบฟอร์มตั้งแต่ข้อ 6 เป็นต้นไป












* กรอกรหัสป้องกัน 4 หลัก

ผลการประเมินเบื้องต้น

คำแนะนำเบื้องต้น


คำแนะนำเบื้องต้นจากโรคประจำตัว

โรคความดันโลหิตสูง

โรคที่มีความดัน systolic ตั้งแต่ 140 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป หรือมีความดัน diastolic ตั้งแต่ 90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป

การดูแลเบื้องต้น

แนะนำให้ไม่ดื่มชาหรือกาแฟ และไม่สูบบุหรี่ ก่อนทำการวัดความดันโลหิตอย่างน้อย 30 นาที หากมีอาการปวดปัสสาวะแนะนำให้ไปปัสสาวะก่อน นั่งพักบนเก้าอี้ในห้อง ที่เงียบสงบเป็นเวลา 5 นาที หลังพิงพนักเพื่อไม่ต้องเกร็งหลัง เท้า 2 ข้างวางราบกับพื้น ห้ามนั่งไขว่ห้าง ไม่พูดคุยทั้งก่อนหน้าและขณะวัดความดันโลหิต วางแขนซ้ายหรือขวาที่จะทำการวัดอยู่บนโต๊ะ โดยให้บริเวณที่จะพัน arm cuff อยู่ระดับเดียวกับระดับหัวใจ และไม่เกร็งแขนหรือกำมือในขณะวัดความดันโลหิต

ตามปกติระดับความดันโลหิตที่วัดได้ที่บ้านจากเครื่องวัดความดันโลหิตชนิดพกพาจะต่ำกว่าค่าที่วัดได้ในสถานพยาบาลประมาณ 5 มิลลิเมตรปรอท ดังนั้นเมื่อวัดความดันโลหิตที่บ้านได้ค่าความดัน systolic ตั้งแต่ 135 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป หรือมีความดัน diastolic ตั้งแต่ 85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป จะถือว่าความดันโลหิตสูงผิดปกติ

เมื่อวัดความดัน systolic ตั้งแต่ 140 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป หรือความดัน diastolic ตั้งแต่ 90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป แนะนำให้พบแพทย์เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงที่จะเกิดโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด เพื่อทำการรักษาโดยปรับวิถีการดำเนินชีวิต ร่วมกับพิจารณาความจำเป็นในการใช้ยาลดความดันโลหิต

เมื่อไรจึงควรมาพบแพทย์

ถ้าวัดความดัน systolic ได้ตั้งแต่ 140 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป หรือมีความดัน diastolic ตั้งแต่ 90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไปควรมาพบแพทย์

โรคเบาหวาน

โรคที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง โดยเมื่องดน้ำงดอาหาร 8 ชั่วโมง แล้วมาตรวจเลือดพบระดับน้ำตาล (Fasting blood sugar) สูงตั้งแต่ 126 mg% ขึ้นไป ถ้าระดับน้ำตาลสูง อาจจะมีอาการปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย เลือดเป็นกรด หายใจหอบลึก และเสียชีวิตได้

การดูแลเบื้องต้น

แนะนำควบคุมอาหาร ลดการรับประทานอาหารประเภทของหวาน แป้ง คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล น้ำหวาน และควรออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

เมื่อไรจึงควรมาพบแพทย์

ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่า 400 mg% หรือสูงไม่ถึง 400 mg% แต่มีอาการหอบเหนื่อย ควรรีบมาพบแพทย์

โรคหัวใจและหลอดเลือด

โรคที่มีแยกย่อยออกไปได้อีกหลายประเภท เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคลิ้นหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคที่พบบ่อยและอาจจะอาการแย่ลงได้จากมลพิษ คือ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

การดูแลเบื้องต้น

แนะนำควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆให้เหมาะสม หยุดสูบบุหรี่ถ้าสูบบุหรี่ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัว

เมื่อไรจึงควรมาพบแพทย์

ถ้ามีอาการผิดปกติที่อาจจะเกิดจากโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยมาก นอนราบไม่ได้ ขาบวม ปลายมือปลายเท้าซีด ควรรีบมาพบแพทย์

โรคปอด/หอบหืด

โรคปอดมีแยกย่อยออกไปได้อีกหลายประเภท เช่น โรคของเนื้อปอด โรคของหลอดลม

โรคที่พบบ่อยและอาจจะอาการแย่ลงได้จากมลพิษ คือ โรคหอบหืด และโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง

การดูแลเบื้องต้น

แนะนำควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆให้เหมาะสม หยุดสูบบุหรี่ถ้าสูบบุหรี่ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัว

เมื่อไรจึงควรมาพบแพทย์

ถ้ามีอาการผิดปกติที่อาจจะเกิดจากโรคปอด/หอบหืด เช่น แน่นหน้าอก เหนื่อยมาก ควรรีบมาพบแพทย์

โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้กับหลายระบบในร่างกาย ได้แก่

ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ จะมีอาการไอ จาม แน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด หรือหายใจเร็ว

ภูมิแพ้ผิวหนัง จะมีอาการคัน ผดผื่นขึ้นตามตัว ผิวแห้งแดง บางครั้งผื่นอาจเป็นปื้น นูนแดง และคัน

ภูมิแพ้ตา จะมีอาการคันตา เคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล แสบตา หนังตาบวม

การดูแลเบื้องต้น

แนะนำหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม เช่น การสัมผัสฝุ่น ควัน โดยเฉพาะควันบุหรี่ ละอองเกสร และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัว

เมื่อไรจึงควรมาพบแพทย์

ถ้าออกจากการสัมผัสมลพิษ นั่งพักแล้วอาการแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีดยังไม่ดีขึ้น ควรมาพบแพทย์

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease หรือ COPD)

เป็นโรคที่ หลอดลม เนื้อปอด และหลอดเลือดปอดเกิดการอักเสบเสียหาย เนื่องจากได้รับแก๊สหรือสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเป็นเวลานาน ส่งผลให้หลอดลมค่อยๆ ตีบแคบลงหรือถูกอุดกั้นโดยไม่อาจฟื้นคืนสู่สภาพปกติได้อีกในระยะเริ่มแรก ผู้ป่วยจะยังไม่มีอาการ จนกระทั่งปอดถูกทำลายมากขึ้น ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะมาก รู้สึกเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจบ่อยๆ

การดูแลเบื้องต้น

แนะนำหลีกเลี่ยงมลพิษในอากาศ เช่น การสัมผัสฝุ่น ควัน โดยเฉพาะควันบุหรี่ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัว

เมื่อไรจึงควรมาพบแพทย์

ถ้าออกจากการสัมผัสมลพิษ นั่งพักแล้วอาการแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีดยังไม่ดีขึ้น ควรมาพบแพทย์